นาโอมิชิ โจ โอซากิ นักกอล์ฟระดับตำนานของเอเชีย จะกลับมารับหน้าที่กัปตันทีมเอเชียเพื่อสู้กับทีมยุโรปอีกครั้ง ในศึกเดอะ รอยัล โทรฟีที่จะถึงนี้ โจ โอซากิเป็นน้องชายของ จัมโบและเจ็ต โอซากิ สองนักกอล์ฟชื่อดังของเอเชีย สามพี่น้องตระกูลโอซากิได้สร้างผลงานที่ลือเลื่องในวงการกอล์ฟของเอเชีย ด้วยการครองตำแหน่งนักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสูงสุดของญี่ปุ่นรวมกัน 10 กว่าสมัย และชนะเลิศรายการต่างๆกว่า 100 รายการทั่วโลก

ตลอดการเล่นอาชีพโอซากิผู้น้องคนนี้เพียงคนเดียวเป็นเจ้าของสถิติผู้ทำเงินรางวัลสูงสุดถึง 2 สมัยและเป็นเจ้าของตำแหน่งชนะเลิศทั้งสิ้น 35 รายการ ทำเงินรางวัลสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 3 ในบรรดานักกอล์ฟญี่ปุ่น โดยทำเงินรางวัลทั้งหมดสูงถึง 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในขณะนี้ โอซากิ ในวัย 51 ปีกำลังทำผลงานดีเยี่ยมในแชมป์เปียนส์ ทัวร์ ในสหรัฐอเมริกา โดยเขาจบการแข่งขันโดยทำคะแนนอยู่ใน 10 อันดับแรก 10 รายการ โดยเฉลี่ยตีได้ 70.35 ต่อรอบ และถือว่าเป็นนักกอล์ฟที่มีคุณสมบัติต่างๆอย่างครบถ้วนที่จะลงเล่นเพื่อทีมเอเชียเลยทีเดียว

โอซากิจะกลับมารับหน้าที่กัปตันทีมเอเชียอีกครั้ง ในการแข่งขัน เดอะ รอยัล โทรฟีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โอซากิก็ได้นำทีมเอเชียที่ประกอบไปด้วยผู้เล่นดาวดังระดับเอเชียอีก 8 คน ด้วยความมุ่งมั่น แต่ก็ต้องพบกับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อต้องลงดวลเกมกับทีมยุโรป ที่ฟอร์มสุดร้อนแรง ในการแข่งขันครั้งที่แล้ว โจ โอซากิ ดูเหมือนจะประสบกับความหนักใจและภาวะกดดันอย่างหนักในเกมการแข่งขันวันสุดท้าย แต่โอซากิก็ยังไม่ละความพยายาม เขาได้ใช้ความสามารถ ความหวัง และสติปัญญาทั้งหมดที่มีในการกระตุ้นและสร้างกำลังใจให้กับลูกทีมทุกคนจนถึงแต้มสุดท้าย

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับความไว้วางใจให้กลับมาคุมทีมเอเชียอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง ผมเฝ้ารอวันแข่งขันอย่างใจจดใจจ่อ นี่เป็นโอกาสที่ดีอีกครั้ง ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่” โอซากิ กล่าว

“หลายครั้งที่ผมตกอยู่ในภาวะกดดันจากการเล่นในทัวร์นาเมนท์ต่างๆรอบโลกในฐานะนักกอล์ฟ หากแต่ครั้งนี้มันเป็นอะไรที่แตกต่าง การได้รับตำแหน่งกัปตันทีมเอเชียในการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้หลายต่อหลายอย่าง การนำทีมที่ถือเป็นตัวแทนของทั้งทวีป การคัดเลือกผู้เล่น การดีรับเกียรติเป็นตัวแทนของนักกีฬาที่มาจากต่างที่ หลากหลายประเทศนั้นแตกต่างจากการเล่นเดี่ยวเพื่อตัวคุณเองอย่างมาก ภาระหน้าที่นี้หนักหนาสาหัสมาก แต่เมื่อลองคิดถึง การที่นำทีมไปสู่ชัยชนะเป็นครั้งแรกนั้น สิ่งที่จะได้นั้นมันก็ยิ่งใหญ่มากเช่นกัน” โอซากิ กล่าวเสริม

โอซากิ ผู้ที่เริ่มเล่นกอล์ฟจากพี่ชายทั้งสองคน กล่าวเสริมว่า “เราจะเป็นตัวแทนของทวีปเอเชีย ที่หมายรวมถึงประเทศต่างๆและประชากรจำนวนกว่าสามพันล้านคน หากมองในมุมกลับกัน เราก็จะมีแรงสนับสนุนและความคาดหวังจากทุกคนเช่นกัน”

“การเล่นเพื่อประเทศของคุณก็นับว่าเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่แล้ว แต่การเล่นเพื่อทวีปของคุณนั้นก็ยิ่งเป็นความภาคภูมิใจ และผมจะนับวันรอวันที่ผมจะได้นำทีมเอเชีย”

“คราวก่อนพวกเราพบว่าทีมยุโรปนั้นแข็งแกร่งเกินไปและพวกเราก็เรียนรู้อะไรมาหลายอย่าง โดยส่วนตัวในฐานะกัปตันผมก็ได้เรียนรู้หลายอย่างเช่นกัน วงการกอล์ฟเอเชียกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และนักกีฬาของเราก็กำลังทำผลงานได้ดีในเวทีกอล์ฟระดับโลก พวกเราจะทำให้สุดกำลังความสามารถเพื่อที่จะครอบครองถ้วยเดอะ รอยัล โทรฟี มาครองให้ได้” โอซากิ กล่าว

โอซากิและผู้เล่นทีมเอเชียจะต้องลงดวลกับทีมยุโรปภายใต้การนำของ เซฟวี บาเยสเตรอส ผู้เล่นระดับตำนาน หนึ่งในกัปตันทีมที่ดีที่สุดของยุโรปอีกครั้ง

“ผมจะต้องวัดกึ๋นกับเซฟวีอีกครั้งซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เซฟวีเป็นตำนานกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่และสั่งสมประสบการณ์มานานทั้งในฐานะผู้เล่นและกัปตันทีม อย่างไรก็ดีทีมเอเชียของเราจะเตรียบรับมือกับความท้าทายในครั้งนี้ให้ดีที่สุด ผมอยากที่จะพาทีมไปสู่ชัยชนะและคว่ำทีมยุโรปให้จงได้ นั่นคงจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญต่อวงการกอล์ฟเอเชียอย่างแน่นอน” โอซากิ กล่าว

บาเยสเตรอสตระหนักดีถึงถึงความกระหายชัยชนะที่มีอยู่ในตัวกัปตันทีมอีกฝ่าย บาเยสเตรอสกล่าวว่า “มันจะเป็นประสบการณ์ที่แสนสุดยอดที่จะเผชิญหน้ากับ โจ โอซากิ อีกครั้ง โอซากิเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า และผมก็รู้ดีว่าเราจะต้องเล่นให้ดีที่สุด ประมาทไม่ได้ ผู้เล่นทุกคนในทีมยุโรปและเอเชียต่างก็เป็นแชมป์ในรายการต่างๆมากันทั้งนั้น โจเองก็เป็นตัวหมากที่เหมาะสมในตำแหน่งกัปตันจากประวัติการแข่งขันที่ผ่านมาทั้งหมดของเขา เขาคือผู้ชนะ และการแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นการดวลเกมกีฬาที่ยอดเยี่ยมที่สุดเกมหนึ่ง และเราจะเตรียมพร้อมเพื่อศึกในครั้งนี้”

การแข่งขันเดอะ รอยัล โทรฟี ในปีที่สามที่จะถึงนี้จะมีขึ้นที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ อันเลื่องชื่อ ระหว่างวันที่ 11 ถึง 13 มกราคม 2551 ทั้งสองทวีปจะประกอบไปด้วย 8 ผู้เล่นที่ดีที่สุด และกัปตันทีมที่ไม่ลงเล่นอีกหนึ่งคน และจะแข่งกอล์ฟในรูปแบบโฟร์ซัมส์ โฟร์บอล และประเภทเดี่ยว ยุโรปคว้าชัยชนะไปครองได้เป็นผลสำเร็จในการแข่งขันสองครั้งแรก และก็ตั้งความหวังที่จะคว้าถ้วยรอยัล โทรฟี ที่หนักถึง 16 กิโลกรัมที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้อีกครั้ง